วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562

Recorded Diary 7

Recorded Diary 7

 Monday  16 September  2019
Time 13:30 - 17:30 o'clock


 The knowledge gained (ความรู้ที่ได้รับ) 

 วันนี้มาเรียนรวมกันเพราะว่าจะให้เเต่ละกลุ่มนำเสนอเกี่ยวกับเเนวการสอนเรื่องต่างๆที่ได้จับฉลากกันไป

กลุ่มที่ 1และ 2 เเนวการสอนเกี่ยวกับ การสอนแบบไฮสโคป (High Scope) 
ไฮสโคป (High Scope) ใช้หลักปฏิบัติ 3 ประการ คือ
1. การวางแผน (Plan) เป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ หรือการดำเนินงานตามงานที่ได้รับมอบหมายหรือสิ่งที่สนใจด้วยการสนทนาร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็กกับเด็ก ว่าจะทำอะไร อย่างไร การวางแผนกิจกรรมนี้เด็กอาจแสดงด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็กหรือบอกให้ครูบันทึก เป็นกระบวนการที่เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ
2. การปฏิบัติ (Do) คือ การลงมือทำกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ เป็นส่วนที่เด็กได้ร่วมกันคิด แก้ปัญหา ตัดสินใจ และทำงานด้วยตนเอง หรือร่วมกับเพื่อนอย่างอิสระตามเวลาที่กำหนดโดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในจังหวะที่เหมาะสม เป็นส่วนที่เด็กได้มีการพัฒนาการพูดและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมสูง
3. การทบทวน (Review) เด็ก ๆ จะเล่าถึงผลงานที่ตนเองได้ลงมือทำเพื่อทบทวนว่าตนเองนั้นได้ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การทบทวนจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ ต้องการให้เด็กได้เชื่อมโยงแผนการปฏิบัติงานกับผลงานที่ทำ รวมถึงการเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง

จุดเด่นของแนวการสอนไฮสโคป (High Scope)
การจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ ในเมื่อหลักการของแนวนี้คือให้เด็กริเริ่มกิจกรรมด้วยตนเอง ดังนั้น การจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศก็จำเป็นต้องเอื้อต่อการเรียนรู้ มีการลื่นไหลของกิจกรรม และทำให้เด็กเกิดความรู้สึกกระตือรือร้น
1. พื้นที่ ต้องมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อให้เอื้อต่อการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนแบบร่วมมือกระทำ มุมสำคัญที่ควรมี คือ มุมศิลปะ มุมหนังสือ มุมบ้าน มุมวิทยาศาสตร์ มุมบล็อก
2. วัสดุอุปกรณ์ สื่อการเรียนและอุปกรณ์ต้องมีมากพอและหลากหลาย เพื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้พัฒนาแผนการทำงาน และดำเนินการตามแผน
3. การจัดเก็บ เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรการค้นหา-ใช้-เก็บคืน ดังนั้น การจัดวางสิ่งของในห้องเรียนก็ต้องเอื้อให้เด็กได้เรียนรู้ด้วนตนเอง ครูต้องจัดวางอุปกรณ์ให้เด็กสามารถค้นหาได้ง่าย สะดวก ปลอดภัย เด็กสามารถหยิบมาใช้และเก็บคืนได้เอง กระบวนการทั้งหมดนี้จะช่วยส่งเสริมให้เด็กรู้จัดสังเกต เปรียบเทียบ มีความรับผิดชอบและช่วยเหลือ
ประโยชน์ของแนวการสอนไฮสโคป (High Scope) ที่มีต่อเด็ก
1. สอนให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้อื่น ซึ่งเริ่มต้นจากความไว้วางใจโยครูต้องเป็นผู้สร้างความไว้วางใจให้แก่เด็กเพื่อให้เด็กได้ลงมือทำกิจกรรมหรือชิ้นงานตามความสนใจของตนเองและมีความสนุกในการเรียนรู้ที่จะทำงาน
2. การลงมือทำงานฝึกให้เด็กวางแผนการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน เป็นระบบ
3. เด็กได้ฝึกสมาธิทำให้เด็กเกิดปัญญา ฝึกความมีระเบียบวินัย  ฝึกการคิดอย่างมีความหมาย ผลที่ตามมาคือ ความสำเร็จในการทำงานที่ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง  ได้เรียนรู้และมีความสุขในการทำงานที่ตนสนใจ
รูปภาพการสอน





กลุ่มที่ 3 เเนวการสอนเกี่ยวกับ Project Approach

ระยะที่1 – เริ่มต้น

เด็กๆเลือกว่าจะศึกษาเรื่องอะไร โดยครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ เด็กๆอภิปรายว่า มีความรู้เดิมอะไร เกี่ยวกับเรื่องที่เลือกแล้วบ้าง ครูช่วยให้เด็กๆบันทึกความคิดของเด็กๆ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น วาด ปั้น จำลอง ฯลฯ เด็กๆบอกข้อสงสัยที่เด็กๆมีเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆจะเรียนรู้ และครูช่วยให้เด็กๆสรุปตั้งคำถามที่เด็กๆต้องการ หาคำตอบในระหว่างการสำรวจสืบค้นครั้งนี้ และบันทึกคำถามเหล่านั้น เด็กๆพูดคุยเกี่ยวกับว่าคำตอบที่เด็กๆจะสำรวจสืบค้นได้นั้น น่าจะเป็นอะไร อย่างไร ครูช่วยเด็กๆบันทึกความคาดคะเนของเด็กๆไว้ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในภายหลัง

Project Approach ระยะที่2 – การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้

ครูช่วยเด็กๆวางแผนไปสถานที่ต่างๆ ที่เด็กๆสามารถสำรวจ สืบค้นได้ รวมถึงการจัดหาวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เด็กๆสนใจเรียนรู้ ที่จะสามารถตอบคำถามของเด็กๆได้ มาให้ความรู้กับเด็กๆ เด็กๆใช้หนังสือและคอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูล โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเหลือ ในระหว่างกิจกรรมในวงกลมที่เด็กๆสามารถประชุมร่วมกัน และนำเสนอรายงานสิ่งที่เด็กๆค้นพบในการทำกิจกรรมต่างๆเป็นระยะ ครูส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กๆถามคำถามและให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆแต่ละคนได้ค้นพบคำตอบหรือเรียนรู้ด้วย เด็กๆวาดภาพ ถ่ายภาพ เขียนคำและป้ายต่างๆ สร้างกราฟและหรือแผนภูมิสิ่งที่เด็กๆวัดและนับ แล้วเด็กๆก็สร้างจำลองสิ่งที่เด็กๆสนใจเรียนรู้กัน เมื่อเด็กๆเรียนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เด็กๆสามารถพิจารณาทบทวนและเพิ่มเติมหรือทำจำลองใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปได้เรื่อยๆด้วย

Project Approach ระยะที่3 – การสรุป Project

เด็กๆอภิปรายกันถึงหลักฐานต่างๆที่เด็กๆได้สืบและค้นพบที่ช่วยให้เด็กๆตอบคำถามที่เด็กๆตั้งไว้ได้ และเด็กๆจะได้เปรียบเทียบสิ่งที่เด็กๆเรียนรู้กับความรู้เดิมของเด็กๆว่าตรงกันหรือไม่ รวมถึงเปรียบเทียบกับการคาดคะเนของเด็กๆที่ทำไว้ตั้งแต่ระยะแรกด้วย เด็กๆช่วยกันวางแผนจัดแสดงให้ผู้ปกครองและเพื่อนๆ และบุคคลอื่นๆได้เห็น วิธีการเรียนรู้ กิจกรรม ผลงาน และสิ่งที่เด็กๆค้นพบเรียนรู้ เด็กๆลงมือจัดแสดงเพื่อแบ่งปันความรู้และเรื่องราวเกี่ยวกับ “ Project Approach ” ของเด็กๆ ครูจะได้ช่วยสนับสนุนส่งเสริมนักสืบรุ่นจิ๋วเหล่านี้วางแผน และดำเนินการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆทำ และค้นพบกันอย่างสนุกสนาน กระตือรือร้นและภาคภูมิใจ

กิจกรรมในห้องเรียนมีการเรียนรู้หลากหลายอย่างเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน เด็กสามารถเลือกตามความสนใจของเด็กเป็นส่วนใหญ่ แต่ครูจะชักชวนให้เด็กได้ฝึกทักษะจากสื่อหลากหลายและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ตามความพร้อมของเด็กแต่ละคน ทั้งเป็น กลุ่มใหญ่ กลุ่มเล็ก และรายบุคคล สลับกันไป โดยคำนึงถึงความแตกต่างของเด็กแต่ละคนในทุกด้าน


รูปภาพการสอน




กลุ่มที่ 4 เเนวการสอนเกี่ยวกับ STEM 

เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่บูรณาการกลุ่มสาระและทักษะกระบวนการของทั้ง 4 สาระ อันได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยนำลักษณะธรรมชาติของแต่ ละสาระวิชาและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนมาผสมผสานกันเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สำคัญแลจำเป็น เกิดจากการย่อชื่อตัวอักษรตัวแรกของ 4 สาระเข้าด้วยกัน นั่นคือ
1. วิทยาศาสตร์ (S: Science) เน้นเกี่ยวกับความเข้าใจใน ธรรมชาติ โดยนักการศึกษามักชี้แนะให้อาจารย์ครูผู้สอนใช้ วิธีการสอนวิทยาศาสตร์ด้วยกระบวนการสืบเสาะ (Inquirybased ScienceTeaching) กิจกรรมการสอนแบบแก้ปัญหา (Scientific Problem-based Activities) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ เหมาะกับผู้เรียนระดับประถมศึกษา แต่ไม่เหมาะกับผู้เรียน ระดับมัธยมศึกษา หรือมหาวิทยาลัย เพราะทำให้ผู้เรียนเบื่อหน่ายและไม่สนใจ แต่การสอนวิทยาศาสตร์ใน STEM จะทำให้นักเรียนสนใจมีความกระตือรือร้น รู้สึก ท้าทายและเกิดความมั่นใจในการเรียน ส่งผลให้ผู้เรียนสนใจที่ จะเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นที่สูงขึ้นและประสบ ความสำเร็จในการเรียน
2. เทคโนโลยี (T: Technology) เป็นวิชาที่เกี่ยวกับกระบวนการ แก้ปัญหา ปรับปรุง พัฒนาสิ่งต่างๆ หรือกระบวนการต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนเราโดยผ่านกระบวนการ ทำงานทางเทคโนโลยีที่เรียกว่า Engineering Design หรือ Design Process ซึ่งคล้ายกับกระบวนการสืบเสาะ ดังนั้น เทคโนโลยีจึงมิได้หมายถึงคอมพิวเตอร์หรือ ICTตามที่คนส่วน ใหญ่เข้าใจ
3. วิศวกรรมศาสตร์ (E: Engineering) เป็นวิชาที่ว่าด้วยการคิด สร้างสรรค์ พัฒนานวัตกรรมต่างๆให้กับนิสิตนักศึกษาโดยใช้ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งคน ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นวิชาที่สามารถเรียนได้แต่จากการ ศึกษาวิจัยพบว่าแม้แต่เด็กอนุบาลก็สามารถเรียนได้ดีเช่นกัน
4. คณิตศาสตร์(M: Mathematics) เป็นวิชาที่มิได้หมายถึงการนับ จำนวนเท่านั้น แต่เกี่ยวกับองค์ประกอบอื่นที่สำคัญ ประการ แรกคือกระบวนการคิดคณิตศาสตร์ (Mathematical Thinking) ซึ่งได้แก่การเปรียบเทียบ การจำแนก/จัดกลุ่มการ จัดแบบรูป และการบอกรูปร่างและคุณสมบัติประการที่สอง ภาษาคณิตศาสตร์ เด็กจะสามารถถ ่ายทอดความคิดหรือ ความเข้าใจความคิดรวบยอด(Concept) ทางคณิตศาสตร์ได้ โดยใช้ภาษาคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร เช่น มากกว่า น้อยกว่า เล็กกว่า ใหญ่กว่า ฯลฯ ประการต่อมาคือการส่งเสริมการคิด คณิตศาสตร์ขั้นสูง (Higher-Level Math Thinking) 
จาก กิจกรรมการเล่นของเด็กหรือการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มระดับการศึกษาปฐมวัย หมายถึง การจัดสภาพการณ์ให้เด็กปฐมวัย เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง (Active Learning) ซึ่งใช้การบูรณาการสาขาวิชา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ มีลักษณะการจัดการเรียนรู้ 5 ประการได้แก่
(1) จัดการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการ
(2) เชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำ อาชีพ
(3) พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21
(4) จัดกิจกรรมให้ท้าทายความคิดของเด็กปฐมวัย
(5) เปิดโอกาสให้ เด็กได้สืบค้น นำเสนอผลงาน แสดงความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อหา เป็นการสร้างประสบการณ์ ผ่านการเล่นและการปฏิบัติให้เห็นจริงควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด ตั้งคำถาม การสืบค้น การรวบข้อมูล และวิเคราะห์ข้อค้นพบใหม่ๆ และเด็กต้องการโอกาสนำเสนอผลงานที่ผ่านการคิดที่เหมาะสมกับระดับ พัฒนาการของเด็กปฐมวัย
รูปภาพการสอน


Assesment ประเมิน


our self ตัวเอง :ตั้งใจฟัง
Friend เพื่อน : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียน
Teacher อาจารย์ : อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมจนทำให้เข้าใจมากขึ้น

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2562

กิจกรรมเคลื่อนไหวเเละจังหวะ

กิจกรรมเคลื่อนไหวเเละจังหวะ    หน่วย ครอบครัวหรรษา  

เรื่อง กิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัว


↓










วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562

Recorded Diary 6

Recorded Diary 6


 Monday  9 September  2019
Time 13:30 - 17:30 o'clock





The knowledge gained (ความรู้ที่ได้รับ) 


 อาจารย์ให้ส่งการบ้านที่เคยให้กลับไปทำคือส่งสมุดคัดลายมือและให้เพื่อนๆเป็นตัวเเทนออกมาสอนแผนเคลื่อนไหว








Assesment ประเมิน


our self ตัวเอง :มาเรียนตรงเวลา
Friend เพื่อน : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียนเป็นอย่างดี
Teacher อาจารย์ : อาจารย์สอนสนุกเเละใจดีเเละยังให้ความรู้เพิ่มเติมในหลายๆเรื่องที่เราไม่รู้



วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2562

Recorded Diary 5

Recorded Diary 5


 Monday  2 September  2019
Time 13:30 - 17:30 o'clock




The knowledge gained (ความรู้ที่ได้รับ) 



วันนี้เป็นวันที่อาจารย์นัดมาเรียนรวมกัน อาจารย์สอนเกี่ยวกับการเขียนแผนเคลื่อนไหวเเละให้เพื่อนออกมาสาธิตเป็นตัวอย่าง


บรรยากาศในการเรียน





Assesment ประเมิน


our self ตัวเอง :ตั้งใจฟังอาจารย์สอน
Friend เพื่อน : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียน
Teacher อาจารย์ : อาจารย์สอนสนุก



วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562

Recorded Diary 4

Recorded Diary 4


Monday  26  August  2019
Time 13:30 - 17:30 o'clock





The knowledge gained (ความรู้ที่ได้รับ) 




อาจารย์ให้เเบ่งกลุ่มทำกิจกรรมเกี่ยวกับสาระที่ควรเรียรรู้ มี อยู่ 4 ข้อ คือ

1.เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
2.เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลเเละสถานที่สิ่งเเวดล้อมเด็ก
3.ธรรมชาติรอบตัว
4.สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก

กลุ่มฉันได้เกี่ยวกับเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลเเละสถานที่สิ่งเเวดล้อมเด็ก จึงทำเกี่ยวกับเรื่อง ครอบครัว



ครอบครัวหรรษา


บรรยากาศในการเรียน







Assesment ประเมิน


our self ตัวเอง :ตั้งใจฟังอาจารย์สอน
Friend เพื่อน : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียนเป็นอย่างดี
Teacher อาจารย์ : อาจารย์สอนสนุกเเละใจดีเเละยังให้ความรู้เพิ่มเติม





วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

SONG FOR CHILDEN


SONG FOR CHILDEN
กดรับฟังได้เลยค่ะ
↓



เพลง สวัสดีคุณครู

สวัสดีคุณครูที่รัก
หนูจะตั้งใจอ่านเขียน
ยามเช้าเรามาโรงเรียน (ซ้ำ)
หนูจะพากเพียรขยันเรียนเอย (ซ้ำ)



เพลง สวัสดี

สวัสดี สวัสดี ยินดีที่พบกัน
เธอและฉันพบกันสวัสดี
สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ




เพลง สวัสดีวันนี้พบกัน

สวัสดีวันนี้พบกัน สุขใจพลันฉันได้พบเธอ
โอ้ ลั่น ล้า ลัน ลา ลั่น ลา
โอ้ ลั่น ลา ลัน ล้า ลัน ลา



เพลง ตื่นเช้า

ตื่นเช้าแปรงฟันล้างหน้า
อาบน้ำแล้วมาแต่งตัว
กินอาหารของดีมีทั่ว
หนูเตรียมตัวจะไปโรงเรียน
สวัสดีคุณแม่คุณพ่อ
ไม่รีรอรีบไปโรงเรียน
ลั่น ล้า ลัน ลา ลั่น ลา
ลั่น ลัน ลา ลั่น ลา ลัน ล้า



เพลง 1 ปีนั้นมี 12 เดือน

1 ปีนั้นมี 12 เดือน
อย่าลืมเอนจำไว้ให้มั่น
1 สัปดาห์นั้นมี 7 วัน
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ
พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
ลัน ลั่น ลัน ล้า



คำคล้องจอง

ดื่มนมนั้นดีหนักหนา
ช่วยให้กายาของเราเติบโต
ฉันชอบดื่มนมทุกวัน
เพื่อให้ตัวฉันทั้งสวยทั้งโก้
ใครอยากจะเป็นคนเก่ง
ขอเชิญมาเบ่งดื่มนมแก้วโต
คุณครูก็รัก ใครๆก็ชม
แก้มป่อง ตากล เพราะดื่มนมแก้วโต



เพลง อาหาร

อาหารสุกๆ ผักสะอาด
ฉันไม่พลาดกินจนอิ่ม
หน้าตาแย้มยิ้ม กินให้อิ่ม กินข้าวจนหมด (ซ้ำ)



เพลง กินข้าว

มากินข้าวสิ  มากินข้าวสิ
กับดีๆ  กับดีๆ
มีทั้งแกงและต้มยำ (ซ้ำ)
อำอ่ำอำ อำอ่ำอำ



เพลง ล้างมือเสียก่อน

ล้างมือเสียก่อน
ก่อนจะกินอะไร
ล้างมือเข้าไว้
เราปลอดภัยสะอาด
ล้างมือเสียก่อน ล้างมือเสียก่อน ล้างมือเสียก่อน


เพลง แปรงฟัน

แปรงซิแปรงแปรงฟัน
ฟันหนูสวยสะอาดดี
แปรงขึ้น แปรงลงทุกซี่
สะอาดดีเมื่อหนูแปรงฟัน



เพลง นั่งสมาธิ

นั่งขัดสมาธิให้ดี
สองมือวางทับกันทันที
หลับตานั่งตัวตรงสิ
ตั้งสติให้ดี ภาวนาในใจ
พุธโท  พุธโท


เพลง วันนี้หมดเวลา

วันนี้หมดเวลา บ๊ายบาย นะเธอ
คิดถึงเธอเสมอโบกมือ บ๊ายบาย



เพลง ลาแล้วลาก่อน

ลาแล้วลาก่อน
หนูรักคุณครู
คิดถึงคุณครู
ลาแล้วลาก่อน
สวัสดีคุณครู












วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

Recorded Diary 3

Recorded Diary 3

Monday  19  August  2019
Time 13:30 - 17:30 o'clock





  The knowledge gained (ความรู้ที่ได้รับ) 


 อาจารย์เเจกสมุดให้ไปคัดหัวกลมตัวเหลี่ยมาส่งและวันนี้ก็เรียนเกี่ยวกับการเรียนรู้

  การเรียนการสอน  เป็นการสร้างองค์ความรู้จากการที่เด็กได้ลงมือจัดกระทำกับอุปกรณ์ หรือสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นประสบการณ์ตรง  

            การที่เด็กได้ลงมือทำงามหรือกิจกรรมด้วยความสนใจ  จะทำให้เด็กสนุกกับการทำงาน  และทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ผลงานที่เกิดขึ้นนับเป็นความสำเร็จของเด็กในการลงมือทำกิจกรรมอย่างมีความสุข

บรรยากาศ



Assesment ประเมิน


our self ตัวเอง :ตั้งใจฟังอาจารย์สอน
Friend เพื่อน : เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียน
Teacher อาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจ